Abandon The Old In Tokyo
หลังจากตื่นตาตื่นใจ (และตกใจ) ไปกับงาน The Push Man and Other Stories แล้วก็เพิ่งจะได้มีโอกาสอ่านงานที่ถูกนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษเล่มที่สอง ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Drawn & Quaterly เ้หมือนเดิม
Abandon The Old In Tokyo ยังคงเป็นการรวบรวมผลงานขนาดสั้นจำนวน 8 เรื่อง ขุณะ้เดียวกันแต่ละเรื่องก็มีความยาวมากกว่างานในคราวก่อน ความโดดเดี่ยวเจ็บลึกตามแนว gekiga ยังคงเดิม กับมุมมองจากตัวละครเปล่าเปลี่ยวในเมืองใหญ่อันพลุกพล่าน
หากเทียบกับงานคราวก่อนก็คงบอกได้ว่างานคราวนี้ดูนุ่มนวลกว่า อาจะเป็นเพราะความยาวที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะที่ความรุนแรงอย่างเด่นชัดถูกเจือจางไป ความมืดหม่นกับหนักหน่วงถาโถมมากกว่าเดิม โดยเฉพาะตอน Unpaid ที่กล่าวชีวิตเจ้าของบริษัทผู้ล้มละลาย ก่อนปิดฉากชีวิตอย่างเฉียบเย็นไม่ต่างจากมือคนอ่าน
อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกได้ คือความหลากหลายในเรื่องราวเส้นเดิมที่เพิ่มขึ้น อย่างเรื่อง The Hole ที่กล่าวถึงความขนขื่นที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว อันเป็นผลมาจากผู้ชายบนโลก แทนที่จะเป็นมุมมองสะท้อนจากชายวันปลายหนุ่มเหมือนเรื่องอื่น ๆ
มาคิดได้ว่าที่ชอบผลงานของคุณโยชิฮิโร ทัตสึมิ ก็คงเพราะเป็นหนังสือการ์ตูนที่ทิ้งความคิดห้วงคนึง ไว้อย่างที่คนอื่น ๆ ไม่อาจจะเทียบได้
จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่น่าำกลัวที่สุดในโลก ก็คงเป็นความจริงนี่เอง
Categories: Book
Planetes
แม้ตอนเป็นเด็ก ผมจะเป็นเด็กเพ้อเจ้อเงียบ นึกอยากเป็นนั่นเป็นนี่อยู่มากมายตั้งแต่ครองโลกแบบดร.มาชิริโตะ ไปจนถึงเด็กขัดรองเท้าตามสถานี แต่ก็ไม่เคยนึกฝันอยากจะเป็นคนเก็บขยะ แต่ถ้าการเป็นคนเก็บขยะจะเป็นหนทางเดียวของการได้ออกสู่อวกาศ ผมก็ไม่นึกลังเลยที่จะทำ
ให้ตายสิ ถึงบางทีเวลาผมมองไปยังฮาจิมากิ ผมจะเห็นบางอย่างในตัวผมอยู่ในนั้น แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะฝ่าไปถึงขั้นนั้นได้
Planetes เป็นการ์ตูนอวกาศที่ดูจริงจังแต่อารมณ์ที่ได้รับต่างจาก Passport Blue โดยสิ้นเชิง เทคโนโลยีที่นำไปสู่อวกาศเป็นเพียงเปลือกนอก ความรักของมนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้นำพาเรื่องราว แม้ผมจะปรามาสการ์ตูนขนาดสั้นไว้มากมาย แต่สี่เล่มของ Planetes กลับอุดมสมบูรณ์แม้ในหนึ่งตอน
ยิ่งโตขึ้นๆการอ่านอะไรวนซ้ำรอบที่สองกลายเป็นเรื่องต้องห้าม กับโลกที่เคลื่อนผ่านหมุนวนสุดรวดเร็ว ทุกการกระทำกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด การกระทำที่ไม่สามารถพาตัวเองไปข้างหน้ากลายเป็นเรื่องไม่อาจยอมรับได้
แต่ผมก็เลือกอ่านแต่ละตอนวนซ้ำไปมาอย่างไม่รู้เบื่อ ทุกครั้งที่อ่านถึงบารอนมนุษย์จากดาวเรติเคิลผู้ถูกลงโทษ ผมนึกคุ้นเคยเหมือนได้พบเจอพวกพ้อง ไม่รู้จะมีซักกี่คนที่ถูกลงโทษอยู่ตอนนี้
การสื่อสารผ่านทางจิตที่โดนริดรอน ทำให้เรื่องราวมากมายซับซ้อนเกินความจริง การใช้ถ้อยคำที่ฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องหฤหรรษ์กึ่งจำเป็น ของมนุษย์โลกในปัจจุบัน ผมคงต้องเรียนรู้ตรงนั้นอีกหลายส่วน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้รับการยกโทษ ให้สามารถเคลื่อนสารผ่านจิตอีกครั้ง
บางทีผมอาจจะไม่ต้องดิ้นรนไปสู่อวกาศอีกแล้ว เพราะผมก็เชืิ่ออย่างที่ฮาจิมากิเชื่อว่าอวกาศนั้นอยู่รอบๆตัวเรา และเราก็เป็นส่วนหนึ่งของอวกาศ หากเชื่อเช่นนั้นผมคงไม่ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนพยายาม เอาแค่เวียนว่ายหมุนวนอยู่ในจิตใจ ก็คงพบความมืดมิดไร้ทางออกไม่แพ้กัน
แต่น่าแปลกว่าแม้จะรู้คำตอบอยู่ในที แต่ผมก็ยังคงมุ่งหวังที่จะได้ค้นหาคำตอบของตัวเองอยู่ดี ผมคงติดนิสัยยุ่งยากของมนุษย์ จนยากจะสลัดหลุดซะแล้ว
Categories: Book