SPUTNIK 65 Header Image

The First Song

"แค่สูดอากาศที่นี่ ผมก็คิดว่าคงจะกระโดดได้สูงขึ้นแล้ว"
หลายปีก่อนผมเคยเห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่ทุกอย่างแปรเปลี่ยนได้ง่ายดาย
ไม่แปลกนักเพราะทุกอย่างรอบด้านแตกต่างจากเดิมเกินกว่าแค่จะเรียกว่าพลิกผัน ถึงจะคาดการณ์ไว้บ้าง แต่ถึงเวลาจริงทุกอย่างก็ดูมากมายเกินกว่าที่คิด
ผมลองเดินออกมารอบๆ มองคนเดินไปมาก็เริ่มสับสนเล็กน้อยว่าตกลงกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ ก่อนจะเริ่มกล่าวทักทายไปทั่วแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับ แท้จริงถ้ามีการตอบรับคงน่าแปลกใจกว่าเพราะที่ทำไปเพียงแค่ทักทายในใจ สามัญสำนึกทุกอย่างบนมิตินี้โผล่ขึ้นมาย้ำเตือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใด หากทุกอย่างยังคงเดินไปในรอยเดิม
ความขี้เกียจกับความกลัว สองอย่างที่คอยคุกคามดำเนินงานได้สวยงามไม่ผิดเพี้ยน ผมคงติดกับดักแห่งความขี้เกียจเข้าไปแบบไร้ทางถอน แม้จุดประกายดีๆจะเปิดช่องอยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ปล่อยให้มันดับไปแบบเฉื่อยชา ทุกอย่างยังคงดำเนินไปแบบเดิมๆ เดิมๆ
แต่บางครั้งเรื่องราวที่แอบคิดแอบคาดหวังไว้ก็โผล่ขึ้นมาได้ดั่งใจ จากนั้นชิ้นส่วนต่างๆก็เผยตัวออกมากันได้อย่างไม่ยากเย็น ขาดเพียงบางชิ้นที่อยู่ไกลออกไป หรือบางชิ้นที่ยังไม่ถึงเวลามา เรื่องราวบางเรื่องก็ลงตัวไปได้ง่ายๆแบบนี้
บางทีอาจจะเพราะพกความเคยชิืนมามากเกินไป จนชิ้นส่วนบางส่วนที่เข้ามาดูคล้ายเป็ินชิ้นส่วนจากต่างดาว แม้จะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าอาจจะเคยมีโอกาสได้เยี่ยมแวะดาวดวงนั้นมาบ้าง แต่ก็คงเพียงแค่นั้น
แม้ชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นมาอยู่ตอนนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถึงชิ้นส่วนจะขาดหายเพิ่มไปอีกบ้างก็คงไม่เป็นไร ผมกำลังจะเดินตามรอยเดิมบนสถานที่ใหม่เหรอ ไม่หรอก สถานที่นั้นเพียงแค่ข้ออ้าง

Categories: Me

Epilogue of The Textbook

เพราะเหนื่อยล้าจากการฟาดฟันกับการทำทันตกรรม ผมออกเดินทางตอนเช้าด้วยสภาพบูดเบี้ยว ใจเริ่มฟุ้งซ่านหวาดระแวงคนรอบข้างเพราะพลังการป้องกันตอนนี้ต่ำยิ่งกว่าศูนย์ หากทำอะไรไม่ถูกใจใครเค้า คงได้นอนหมอบหมดท่ากันง่ายๆ
เพราะต้องการถูกปลดปล่อย จึงได้รับการปลดปล่อย
ฟังดูก็น่าจะเป็นหนทางแห่งอิสรภาพที่น่าจะนำความเบิกบานมาให้มากมาย แต่เมื่อเวลามาถึงจุดสุดท้าย ความรู้สึกแท้จริงกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมคิดเอาว่าบาดแผลทางกายภาพคงเป็นตัวบั่นทอนชั้นดี แต่สาเหตุแท้จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันเลยแม้แต่น้อย ความเศร้าข้างในกายมากกว่าที่คอยเป็นตัวขับเคลื่อนที่แท้จริง
เข้าใจว่าผมเริ่มอ่านหนังสือออกได้จากการติดตามเจ้าแมวสีฟ้าตัวกลมบ๊อก เล่มต่อเล่มวนไปไม่มีจุดจบแน่นอน ต้องขอขอบคุณการฟาดฟันกันของสำนักพิมพ์การ์ตูนสมัยนั้น จนเมื่ออายุเริ่มขยับขึ้นไปอีกหน่อย ก็เริ่มจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือประเภทอื่นบ้าง จึงได้เริ่มรับรู้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งที่ต้องพานพบ
การพลิกหน้าสุดท้ายที่แสนเศร้า ยิ่งดีมาก ยิ่งตราตรึงมาก ก็ยิ่งเศร้า
ผมเหมาเอาเองว่านี่เป็นเหตุผลที่พอโตขึ้น ผมกลายเป็นคนชอบทำอะไรค้างๆคาๆ ก็จุดจบมันแสนเศร้าและดำมืด ผมนึกเข้าข้างตัวเอง
แต่เรื่องบางเรื่องหากไม่จบลงเสียก่อน ก็คงไม่อาจจะเริ่มต้นใหม่อีกเรื่องได้
เพราะองค์ประกอบแค่ส่วนเดียว แต่โชคร้ายที่เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต แม้องค์ประกอบส่วนอื่นจะดียังไง ก็ยังยากที่จะฉุดรั้งความเรียกร้องนี้ แม้ในช่วงชีวิตจะเต็มไปด้วยการตัดสินใจผิดพลาดมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมายเท่าไร
จากวันนี้ที่ผมเคยคิดว่าคงเป็นวันดีที่ได้รอคอยมานาน ตอนท้ายของวันผมก็ได้แค่นิ่งๆเศร้าๆ ผมบอกลาเครื่องไม้เครื่องมือผู้ซื่อสัตย์ เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าแล้วค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ ผมได้หนังสือชั้นดีเป็นการสั่งลามาหนึ่งเล่ม แม้จะเคยอ่านจบไปแล้ว แต่ดีเกินพอที่จะมีเก็บไว้ เค้าว่าถ้าโชคดีคงได้มาเดินทางด้วยกันอีก ผมเองก็หวังเช่นนั้น แม้คิดดูแล้วโอกาสแบบนั้นคงไม่ได้มาโดยง่าย แต่ความคาดหวังก็เป็นของขวัญชั้นดีสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง
วันนี้หนังสือของผมอีกเล่มเลยถูกพลิกออกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ผมปิดเล่มเก็บขึ้นชั้นพร้อมๆกับถูกบังคับให้ปิดฉากฟุตบอลโลก 2006 ลงในวันนี้
ยังไม่รู้ว่าเล่มต่อไปจะถูกเปิดขึ้นเมื่อไร รู้แต่ว่าสถานที่ที่จะเปิดต่อไปนั้นคงห่างไกลจากเดิมพอดู

Categories: Me

Smoke

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ด้วยความเลินเล่อเซ่อซ่า ผมติดอยู่ตรงบันไดหนีไฟและกลับเข้าตัวอาคารไม่ได้ เพราะประตูเปิดจากด้านนอกไม่ได้ ตอนนั้นผมไม่มีตัวช่วยใดๆนอกจากจะลองวิ่งไปถึงชั้นล่างอันไกลโพ้น โชคดีว่าโลกนี้มีบุหรี่ และมันทำให้คนอยากสูบอยู่เป็นพักๆ ผมเลยเอาตัวรอดมาได้เพราะทาสบุหรี่ นั่นคงเป็นครั้งเดียวที่ผมนึกขอบคุณมัน
ผมเป็นคนที่ไม่พิศมัยบุหรี่นัก รู้สึกรำคาญใจทุกครั้งเวลาเดินไปตามถนนแล้วเจอคนสูบบุหรี่นำหน้า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมควันบุหรี่มักจะลอยมาโดนคนที่ไม่ได้สูบเสมอ บางครั้งผมเร่งฝีเท้าหมายจะนำหน้า แต่หลายครั้งผมก็ทำทอดน่องปล่อยให้กลุ่มควันลอยจากผมไปเอง
ผมเคยถามเพื่อนผมคนหนึ่งว่าทำไมถึงชอบสูบบุหรี่ จากปกติที่ชอบทำหน้าติงต๊อง มันเก๊กหน้าขรึมโฉด แล้วบอกว่าเวลาสูบบุหรี่ก็เหมือนกับได้ทำสมาธิ ได้สูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ สมองจะได้ปลอดโปร่ง สติปัญญาเฉียบแหลมขึ้นมาโดยพลัน ผมเกือบเชื่อมันแล้วเชียว ถ้าหน้าเก๊กของมันไม่ได้เป็นหน้าเก๊กแบบคุโรมาตี้
ไม่นานหลังจากนั้น เพื่อนผมคนนี้ก็หายตัวไป หายตัวไปแบบที่สตอร์มทรูปเปอร์หายตัวไป ไม่มีวี่แวว ไม่มีข่าวคราว แค่หายไปเฉยๆ หลังจากนั้นก็มีข่าวลือพาให้ตลกเกี่ยวกับการหายตัวไปครั้งนี้ เนื้อหาของข่าวลือฟังดูขำขันแต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรู้สึกยังไง ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
ผมยังคงเสาะหาเหตุผลของการสูบุหรี่ต่อไป
เธอว่าโดดงานมาสูบบุหรี่เคล้ากาแฟเป็นความสุขสุดยอด ส่วนผมแค่ได้นั่งสนทนากันก็็คิดว่าสุขีดีแล้ว ผมยังสงสัยว่าบุหรี่กับกาแฟมันเข้ากันจริงเหรอ เธอยืนยันว่าเข้ากันไม่มีที่ติ ท่าทางยืนยันของเธอ ชวนให้ผมนึกอยากลองขึ้นมาบ้าง
วันนั้นเธอสูบบุหรี่แบบมวนต่อมวนชวนให้ดูเพลิน เรื่องราวหลากหลายหลุดออกมาไม่ขาดสาย นั่นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรอบปีนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ควันบุหรี่ก็เป็นเหมือนหมอกกั้นให้ความสัมพันธ์ต่างๆหลุดออกลอยไป
หลังๆผมไม่นึกสนใจเหตุผลของการสูบบุหรี่แล้ว
.

Categories: Me