321…Zero
เวลายังคงเดินหน้าทำงานอย่างซื่อสัตย์ ขณะที่ความคืบหน้าในการเก็บข้าวของของผมเดินหน้าไปแบบช้าๆ จนเวลาที่น่าจะเหลือไว้ืำทำเรื่องต่างๆถูกจำกัดลงไปอย่างมากมาย
สมัยก่อนผมตีความตัวเองเป็นพวกวัตถุนิยม ชมชอบในข้าวของนอกกาย จนมาตอนนี้คิดว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว แต่พอได้เห็นข้าวของกองรอบกายตอนนี้ ผมคงต้องขอทบทวนความคิดใหม่อีกครั้ง
ผมเคยเล่าอาการวัตถุนิยมของตัวเองให้คนอื่นฟัง เค้าว่าอาการระดับผมถือว่าแค่ขั้นเด็กประถมต้น ไม่แน่ใจว่าเรื่องแบบนี้เอามาตรฐานแบบไหนมาวัดถึงจะดี ถ้าเทียบกับบางคนผมอาจดูอุดมไปด้วยสิ่งของนานาภัณฑ์ แต่กับบางคนผมคงแค่ระดับพอเพียง
คิดไปคิดมาเอาแค่ว่าสามาีรถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องลำบากเกินไปก็คงจะพอแล้ว
สารพัดข้าวของถูกนำมาเทกองรวมกันอย่างอุตลุด จนผมนึกถอดใจกับเวลาที่เหลืออยู่ โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือ สุดท้ายทั้งข้าวของและที่ไม่ใช่ก็ถูกจัดเก็บลงไปได้ด้วยดี
เสียดายแต่บางอย่างไม่อาจจะจัดเก็บลงไปด้วยได้
บางอย่างไม่มีโอกาสแม้แต่จะกล่าวลา
เวลาเดินหน้าถอยหลังลงเรื่อยๆ ผมสำรวจตัวเอง แลเหมือนจรวดรอคอยอยู่ที่แท่นแห่งความฝันที่คนมากมายคาดหวังไว้ เรื่องบางเรื่องมันก็เล็กกว่าที่คิดและก็ใหญ่กว่าที่คิดในคราวเดียวกัน ผมคิดแค่เตรียมจะได้พบกับการเดินทางครั้งใหม่ ที่ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะเป็นอย่างที่เคยคาดหวัง
ผมเดินรอบบ้านของตัวเอง ทักทายไปทั่วเหมือนจะได้รับการตอบรับบางอย่างกลับมา แปลกดีที่ผมไม่ได้รู้สึกเศร้าโศกหรือลิงโลดอะไรมากมายอย่างที่เคยจินตนาการไว้ในกาลก่อน
ผมเคลื่อนกระเป๋าหนักอึ้งเดินออกไปอย่างรวดเร็ว กลับกันกับความคิดต่างๆที่เริ่มทำงานอย่างเชื่องช้า ก้าวสุดท้ายที่ก้าวออกไปผมคิดแค่ว่า
แล้วพบกันอีกนะ
Categories: Me
Epilogue of The Textbook
เพราะเหนื่อยล้าจากการฟาดฟันกับการทำทันตกรรม ผมออกเดินทางตอนเช้าด้วยสภาพบูดเบี้ยว ใจเริ่มฟุ้งซ่านหวาดระแวงคนรอบข้างเพราะพลังการป้องกันตอนนี้ต่ำยิ่งกว่าศูนย์ หากทำอะไรไม่ถูกใจใครเค้า คงได้นอนหมอบหมดท่ากันง่ายๆ
เพราะต้องการถูกปลดปล่อย จึงได้รับการปลดปล่อย
ฟังดูก็น่าจะเป็นหนทางแห่งอิสรภาพที่น่าจะนำความเบิกบานมาให้มากมาย แต่เมื่อเวลามาถึงจุดสุดท้าย ความรู้สึกแท้จริงกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมคิดเอาว่าบาดแผลทางกายภาพคงเป็นตัวบั่นทอนชั้นดี แต่สาเหตุแท้จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันเลยแม้แต่น้อย ความเศร้าข้างในกายมากกว่าที่คอยเป็นตัวขับเคลื่อนที่แท้จริง
เข้าใจว่าผมเริ่มอ่านหนังสือออกได้จากการติดตามเจ้าแมวสีฟ้าตัวกลมบ๊อก เล่มต่อเล่มวนไปไม่มีจุดจบแน่นอน ต้องขอขอบคุณการฟาดฟันกันของสำนักพิมพ์การ์ตูนสมัยนั้น จนเมื่ออายุเริ่มขยับขึ้นไปอีกหน่อย ก็เริ่มจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือประเภทอื่นบ้าง จึงได้เริ่มรับรู้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งที่ต้องพานพบ
การพลิกหน้าสุดท้ายที่แสนเศร้า ยิ่งดีมาก ยิ่งตราตรึงมาก ก็ยิ่งเศร้า
ผมเหมาเอาเองว่านี่เป็นเหตุผลที่พอโตขึ้น ผมกลายเป็นคนชอบทำอะไรค้างๆคาๆ ก็จุดจบมันแสนเศร้าและดำมืด ผมนึกเข้าข้างตัวเอง
แต่เรื่องบางเรื่องหากไม่จบลงเสียก่อน ก็คงไม่อาจจะเริ่มต้นใหม่อีกเรื่องได้
เพราะองค์ประกอบแค่ส่วนเดียว แต่โชคร้ายที่เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต แม้องค์ประกอบส่วนอื่นจะดียังไง ก็ยังยากที่จะฉุดรั้งความเรียกร้องนี้ แม้ในช่วงชีวิตจะเต็มไปด้วยการตัดสินใจผิดพลาดมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมายเท่าไร
จากวันนี้ที่ผมเคยคิดว่าคงเป็นวันดีที่ได้รอคอยมานาน ตอนท้ายของวันผมก็ได้แค่นิ่งๆเศร้าๆ ผมบอกลาเครื่องไม้เครื่องมือผู้ซื่อสัตย์ เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าแล้วค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ ผมได้หนังสือชั้นดีเป็นการสั่งลามาหนึ่งเล่ม แม้จะเคยอ่านจบไปแล้ว แต่ดีเกินพอที่จะมีเก็บไว้ เค้าว่าถ้าโชคดีคงได้มาเดินทางด้วยกันอีก ผมเองก็หวังเช่นนั้น แม้คิดดูแล้วโอกาสแบบนั้นคงไม่ได้มาโดยง่าย แต่ความคาดหวังก็เป็นของขวัญชั้นดีสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง
วันนี้หนังสือของผมอีกเล่มเลยถูกพลิกออกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ผมปิดเล่มเก็บขึ้นชั้นพร้อมๆกับถูกบังคับให้ปิดฉากฟุตบอลโลก 2006 ลงในวันนี้
ยังไม่รู้ว่าเล่มต่อไปจะถูกเปิดขึ้นเมื่อไร รู้แต่ว่าสถานที่ที่จะเปิดต่อไปนั้นคงห่างไกลจากเดิมพอดู
Categories: Me