SPUTNIK 65 Header Image

The Motion of The Moon

ส่วนหนึ่งจากบทนำของหนังสือ พระจันทร์
“พระจันทร์” คืองานเขียนแบบเรื่องสั้นของนักเขียนสองคน (สปุตนิก และไลก้า)
นักเขียนทั้งสอง ต่างคนต่างแต่งเรื่องและนำเรื่องสั้นทั้งสองมารวมไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อพระจันทร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อจากแนวคิดของชาวอินเดียแดง ที่มีชื่อเรียกพระจันทร์แตกต่างกันไปในแต่ละเดือน อันแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแต่ละเดือนที่ผูกพันกับธรรมชาติ ทั้งการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน
ในค่ำคืนที่เรามองเห็นพระจันทร์ผ่านที่ต่างๆ กับคนที่เราร่วมใช้จ่าย หลายต่อหลายครั้งที่เราต่างหลงใหลกับแสงนวลเย็นตา เราล้วนมีความทุกข์ ความสุข ความเหงา ความเศร้าและความรัก ไม่ต่างจากตัวละครที่โลดแล่น

ผมถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่ได้แหงนมอง จ้องหาพระจันทร์นั้นเป็นเมื่อไร น่าเสียดายว่าคงตอบได้ยากเต็มที ไม่ได้นึกแหงนมอง มิได้หมายถึงเพิกเฉย คำแก้ตัวราคาถูกที่พบเห็นทั่วไป โผล่ตัวออกมาได้ทุกครั้ง แม้ไม่นึกต้องการ
ชีวิตผมทุกวันนี้ มิได้มีเรื่องเกี่ยวก้องข้องโยงกับพระจันทร์แม้แต่น้อย แต่พอได้ปล่อยตัวจ้องมองพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ ก็พาคิดถึงสิ่งต่างๆมากมาย อาทิ

ขนมไหว้พระจันทร์
กระต่าย
มนุษย์หมาป่า
แลนซ์ อาร์มสตรอง ควรจะเป็น นีล อาร์มสตองสินะ
CQ
อื่นๆ ?

อันล้วนแต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องผูกโยงกับพระจันทร์โดยตรง แต่นั่นมิใช่สำหรับหนังสือพระจันทร์เล่มนี้ (อย่างน้อย ก็ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการสำรวจดวงจันทร์่)
เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดในหนังสือพระจันทร์ เป็นเรื่องราวของผู้คนมากมายที่ต่างใช้ชีวิตรายล้อมรอบตัวเรา หากยังไม่ลืม เป็นแน่ว่าทุกคนต่างล้วนใช้ชีวิตใต้พระจันทร์ดวงเดียวกัน ล้วนแต่มีรูปอารมณ์ของมนุษย์ไม่แตกต่างกัน อันล้วนแต่เป็นความจริงของคนทุกหมู่เหล่า แต่เหนือกว่าที่เรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านหนังสือเล่มนี้ ดึงดูดให้ได้เดินทางในที่ๆต่างออกไป มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ล้วนมีค่าชวนน่าจดจำ
คืนนี้ผมตั้งใจว่าจะหวนมองพระจันทร์ดูสักหน่อย ไม่รู้ว่าคืนนี้จะกลมนวลอวดตัวโดดเด่น หรือจะเว้าแหว่งรอคอยคนงอนง้อ แล้วขอไปลุ้นต่อเองว่า เรื่องราวจากนั้นจะเป็นอย่างไร

Categories: Book

Five Things I’d Like To Tell

คุณ Pit ส่งผ่านมาให้
อธิบายสั้นๆ blog tag ก็คือการบอกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเอง 5 อย่าง แล้ว tag ต่อให้คนอื่นไปทำตามบ้าง แบบนี้ไปเรื่อยๆ

ชื่อ Sputnik65 เอามาจากหนังสือ Sputnik Sweetheart ส่วนเลข 65 นั้นขอบอกแค่ว่าได้มาจากหนังสือรักเร้นในโลกคู่ขนาน เอามาต่อกันแ้ล้วเวลาอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ คิดว่าเพราะดี
แต่จริงๆเล่มที่ชอบที่สุดคือ สดับลมขับขาน เล่มแรกของไตรภาคมุสิก และผลงานเล่มแรกขอคุณมูราคามิที่ได้อ่าน
จะว่าไปเขียนมาปีหนึ่งแล้ว ไม่เคยพูดถึงหนังสือคุณมูราคามิสักครั้ง

ตอนเป็นเด็กเรียนหนังสือไม่เอาอ่าว จนพ่อแม่กลุ้มใจว่าโรงเรียนที่ไหนเค้าจะรับ จนมาวันหนึ่งวิ่งเล่นเกิดหัวฟาดพื้นอย่างรุนแรง หลังจากนั้นค่อยเรียนหนังสือเป็นผู้เป็นคนกับเค้าขึ้นมา
ตั้งใจไว้ว่าถ้ามีลูก แล้วเกิดลูกเรียนไม่ดี จะทำอย่างนี้บ้าง

ห้องสมุดโรงเรียนตอนประถมมีหนังสือนาร์เนียไม่ครบชุด เคยพยายามอ่านสามก๊กแต่อ่านจบได้แต่ฉบับการ์ตูน เพชรพระอุมาที่บ้านนั้นก็ปล่อยให้ฝุ่นจับ หนังสือชุดที่ยาวสุดที่อ่านจบคือ The Foundation Series
เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดของคุณอาซิมอฟมาเองนี่นะ

ซีดีแผ่นแรกที่ออกเงินซื้อเองคือ Suede ชุด Coming Up เพราะสงสารสภาพเทป ประมาณปีหนึ่งให้หลัง Suede มาเืมืองไทย เลยได้ดูแสดงสดครั้งแรกในชีวิต ยังประทับใจจนทุกวันนี้
คืนก่อนฝันว่า Brett Anderson มาร้องเพลงที่บ้าน แต่ไม่มีใึครอยู่ดูซักคน

ทำเว็บครั้งแรกเพราะเห็นติดโฆษณาแล้วได้เงิน เลยไปห้องสมุดยืมหนังสือมาอ่าน แล้วเปิดเว็บเกี่ยวกับเพลงชื่อ infectedsound ก่อนเก็บตัวไปอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย [...]

Categories: Book · Me · Music

Baby, baby, never let me go

ชีวิตที่มีจุดจบอันเป็นนิรันดร์พาให้ร่างกายผมสั่นสะท้านผมเดินทางผ่านบรรทัดสุดท้ายไปได้ครู่ใหญ่แล้ว แต่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงผมมองไปที่ตู้อบผ้าเบอร์ 65เสื้อผ้าที่อบไว้คงถูกคลื่นความร้อนบวกการหมุนวนทำให้แห้งเรียบร้อยแล้ว
ผมพลิกดูให้แน่ใจว่าหลังบรรทัดสุดท้ายอันโหดร้าย จะไม่มีเรื่องราวใดๆเพิ่มเติม ก่อนจะเก็บหนังสือใส่กระเป๋า เดินไปหยิบเสื้อผ้ามากอง ก่อนค่อยๆพับให้เรียบร้อย เป็นการกำจัดขั้นตอนการรีดไปในตัวจำไม่ได้แน่ว่าใครบอกไว้ว่า ชีวิตสั้นเกินกว่าจะมารีดผ้าตอนนี้ผมเดินตามทางนี้อย่างเคร่งครัดและซื่ืื่อตรง
Never Let Me Go เป็นหนังสือเล่มแรกของ Kazuo Ishiguro ที่ได้หยิบมาอ่าน แม้ชื่อหนังสือจะขัดกับการเดินทางของผมอย่างจงใจ แต่ผมก็เลือกจะหยิบมาอ่านเป็นเล่มแรก ทฤษฎีต่างๆที่โผล่ขึ้นมารองรับประเด็นต่างๆในเีืรื่องราวช่างหฤหรรษ์และเฉียบขาด
แม้เคยได้ยินมาก่อน ว่าบทสุดท้ายของหนังสือ Never Let Me Goแสนเศร้าและน่าพรั่นพรึง พอได้พบผ่านด้วยตัวเองแล้วนั่นไม่ใช่คำพูดเกินเลยแม้ว่าเมื่อเริ่มอ่านจะมองเห็นเส้นทางไปถึงบทสุดท้ายแต่ก็ไม่สามารถจะสะกดความเศร้านั้นไว้ได้เมื่อเดินทางไปถึงบทสรุป
เสื้อผ้าถูกพับเรียบร้อยชนิดพร้อมออกวางขาย บรรจงหยิบใส่กระเป๋าแล้วเดินจากร้านซักรีดออกมา พลันคิดถึงของบางชิ้นที่ทำหายไปแ้ล้ว ก็นึกอยากออกไปตามหาที่ Norfolk บ้าง เหลือเกิน
ปล. จะว่าไป ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอ่านหนังสือในร้านซักผ้าช่างเพลิดเพลินนัก คนเดินเข้าออกให้ขวักไขว่ เสื้อผ้าไหลวนไปกับสายน้ำ รอเวลากลับฟื้นคืนสะอาด เสียงแม่บ้านจับกลุ่มคุยกันจ๊อกแจ่กให้ิอุ่นใจ ใครอยากลองก็ขอเชิญ

Categories: Book