SPUTNIK 65 Header Image

Almost Over It

“หายไปนานนะ” ใบหน้าสดใสผิดแผกจากคราวก่อนกล่าวออกมา
“อื้อ” ผมกล่าวตอบแบบไม่รู้จะพูดอะไร
“แล้วเป็นไงบ้าง” เธอยังรุกเร้าต่อ
“เหมือนเดิมเลย” เหมือนเดิมจนน่ากลัว ผมคิดในใจ
ผมนั่งจมอยู่ในกองหนังสือที่ไม่ได้อ่าน แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ผมลองขยับกองที่ใกล้ตัวที่สุดออกไป เผื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับมนุษย์อื่นได้นั่งกัน
หนังสือกองที่ผมขยับออกไป บางเล่มก็เคยอ่านแล้ว บางเล่มก็เคยอ่านมาหลายรอบ แต่ก็มีหลายเล่มที่อ่านค้างคาไว้
ผมนึกตกใจกับจำนวนของประเภทหลังไม่น้อย
“แล้วไปคุยกับใครมาแล้วบ้าง” เธอยังคงไม่ลดละ
“ก็ไม่มากเท่าไร” ผมตอบแบบเหม่อ ๆ
“แล้วคุยแล้วเป็นไง”
“ก็ไม่ค่อยมีใครน่าสนใจเท่าไร”
“เลือกมากมักได้แร่”
“จริงทีเดียว” ผมตอบพลางพยักหน้า
ลมเย็นยะเยือกโบกพัดผ่านหน้าจนปากชา คงไม่แปลกอะไรถ้านี่เป็นห้องที่มีหน้าต่าง
แต่คิดอีกที ที่ผิดเพี้ยนกว่านี้ก็เคยมีมามาก เลยเก็บเวลาที่มีเหลือน้อย ๆ ไว้คิดอย่างอื่น
ผมผลัดเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายถามบ้าง ได้ความต่าง ๆ ไม่มากไม่น้อย เว้นไว้เพียงเรื่องบางเรื่อง ที่ตั้งใจละเลยไป
“แล้วตั้งใจจะทำอะไรต่อไป”
“ไม่ทำอะไร” ผมนึกอยากตอบแบบนั้น แต่รู้ดีว่าอาจทำให้หูตัวเองทำงานหนักโดยฉับพลัน
“ก็คงทำแบบที่ตั้งใจไว้” ผมตอบให้ดูดีไปอย่างงั้น
“หึ” เธอว่าแบบรู้ทัน
“หึ” ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง
ผมเปิดเพลงกลบเกลื่อน โดยไม่ทันคิดถึงเพลงที่เปิดทิ้งเอาไว้
“เพลงเศร้านะ”
“เหลือคณนา”
ลมยะเยือกโบกพัดผ่านใบหน้าอีกครา หากแต่ครั้งนี้ริมฝีปากกลับนุ่มนวลอบอวล จนไม่คิดอยากลืมตา
“เหลือคณนา” เธอกล่าวเชิงถาม
“ใช่ เหลือคณนา” ผมตอบได้แค่นั้น
.

Bears: Over It

Categories: Book · Me · Music

Abandon The Old In Tokyo

หลังจากตื่นตาตื่นใจ (และตกใจ) ไปกับงาน The Push Man and Other Stories แล้วก็เพิ่งจะได้มีโอกาสอ่านงานที่ถูกนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษเล่มที่สอง ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Drawn & Quaterly เ้หมือนเดิม
Abandon The Old In Tokyo ยังคงเป็นการรวบรวมผลงานขนาดสั้นจำนวน 8 เรื่อง ขุณะ้เดียวกันแต่ละเรื่องก็มีความยาวมากกว่างานในคราวก่อน ความโดดเดี่ยวเจ็บลึกตามแนว gekiga ยังคงเดิม กับมุมมองจากตัวละครเปล่าเปลี่ยวในเมืองใหญ่อันพลุกพล่าน
หากเทียบกับงานคราวก่อนก็คงบอกได้ว่างานคราวนี้ดูนุ่มนวลกว่า อาจะเป็นเพราะความยาวที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะที่ความรุนแรงอย่างเด่นชัดถูกเจือจางไป ความมืดหม่นกับหนักหน่วงถาโถมมากกว่าเดิม โดยเฉพาะตอน Unpaid ที่กล่าวชีวิตเจ้าของบริษัทผู้ล้มละลาย ก่อนปิดฉากชีวิตอย่างเฉียบเย็นไม่ต่างจากมือคนอ่าน
อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกได้ คือความหลากหลายในเรื่องราวเส้นเดิมที่เพิ่มขึ้น อย่างเรื่อง The Hole ที่กล่าวถึงความขนขื่นที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว อันเป็นผลมาจากผู้ชายบนโลก แทนที่จะเป็นมุมมองสะท้อนจากชายวันปลายหนุ่มเหมือนเรื่องอื่น ๆ
มาคิดได้ว่าที่ชอบผลงานของคุณโยชิฮิโร ทัตสึมิ ก็คงเพราะเป็นหนังสือการ์ตูนที่ทิ้งความคิดห้วงคนึง ไว้อย่างที่คนอื่น ๆ ไม่อาจจะเทียบได้
จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่น่าำกลัวที่สุดในโลก ก็คงเป็นความจริงนี่เอง

Categories: Book

The Motion of The Moon

ส่วนหนึ่งจากบทนำของหนังสือ พระจันทร์
“พระจันทร์” คืองานเขียนแบบเรื่องสั้นของนักเขียนสองคน (สปุตนิก และไลก้า)
นักเขียนทั้งสอง ต่างคนต่างแต่งเรื่องและนำเรื่องสั้นทั้งสองมารวมไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อพระจันทร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อจากแนวคิดของชาวอินเดียแดง ที่มีชื่อเรียกพระจันทร์แตกต่างกันไปในแต่ละเดือน อันแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแต่ละเดือนที่ผูกพันกับธรรมชาติ ทั้งการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน
ในค่ำคืนที่เรามองเห็นพระจันทร์ผ่านที่ต่างๆ กับคนที่เราร่วมใช้จ่าย หลายต่อหลายครั้งที่เราต่างหลงใหลกับแสงนวลเย็นตา เราล้วนมีความทุกข์ ความสุข ความเหงา ความเศร้าและความรัก ไม่ต่างจากตัวละครที่โลดแล่น

ผมถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่ได้แหงนมอง จ้องหาพระจันทร์นั้นเป็นเมื่อไร น่าเสียดายว่าคงตอบได้ยากเต็มที ไม่ได้นึกแหงนมอง มิได้หมายถึงเพิกเฉย คำแก้ตัวราคาถูกที่พบเห็นทั่วไป โผล่ตัวออกมาได้ทุกครั้ง แม้ไม่นึกต้องการ
ชีวิตผมทุกวันนี้ มิได้มีเรื่องเกี่ยวก้องข้องโยงกับพระจันทร์แม้แต่น้อย แต่พอได้ปล่อยตัวจ้องมองพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ ก็พาคิดถึงสิ่งต่างๆมากมาย อาทิ

ขนมไหว้พระจันทร์
กระต่าย
มนุษย์หมาป่า
แลนซ์ อาร์มสตรอง ควรจะเป็น นีล อาร์มสตองสินะ
CQ
อื่นๆ ?

อันล้วนแต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องผูกโยงกับพระจันทร์โดยตรง แต่นั่นมิใช่สำหรับหนังสือพระจันทร์เล่มนี้ (อย่างน้อย ก็ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการสำรวจดวงจันทร์่)
เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดในหนังสือพระจันทร์ เป็นเรื่องราวของผู้คนมากมายที่ต่างใช้ชีวิตรายล้อมรอบตัวเรา หากยังไม่ลืม เป็นแน่ว่าทุกคนต่างล้วนใช้ชีวิตใต้พระจันทร์ดวงเดียวกัน ล้วนแต่มีรูปอารมณ์ของมนุษย์ไม่แตกต่างกัน อันล้วนแต่เป็นความจริงของคนทุกหมู่เหล่า แต่เหนือกว่าที่เรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านหนังสือเล่มนี้ ดึงดูดให้ได้เดินทางในที่ๆต่างออกไป มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ล้วนมีค่าชวนน่าจดจำ
คืนนี้ผมตั้งใจว่าจะหวนมองพระจันทร์ดูสักหน่อย ไม่รู้ว่าคืนนี้จะกลมนวลอวดตัวโดดเด่น หรือจะเว้าแหว่งรอคอยคนงอนง้อ แล้วขอไปลุ้นต่อเองว่า เรื่องราวจากนั้นจะเป็นอย่างไร

Categories: Book