SPUTNIK 65 Header Image

2006 Is Dead

ยืนตากลมหนาวกับชั่วโมงสุดท้ายของปี เพลง Born In The UK กระหึ่มขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผมจิบชา Tetley ใส่นม ก่อนนั่งคิดทบทวนชีวิตในปีที่ผ่านมา มองคร่าวๆก็ดูเป็นอีกหนึ่งปีที่ผ่านไปอย่างเรียบเฉย แต่พอพิจารณาดูอีกทีก็นับว่าไม่ธรรมดา เรื่องหลายเรื่องเกิดขึ้นราวกับถูกจัดฉากที่ตัวผมเองเป็นผู้ออกแบบ อาจมีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้เป็นดังใจ แต่ในภาพรวมเรื่องราวกลับดำเนินได้อย่างเป็นขั้นตอน
อีกไม่กี่นาทีปี 2006 กำลังจะจากไปแล้ว ผมเกิดมานึกเสียดายอย่างจับใจ พร้อมกับอาการหวาดหวั่นปีใหม่ที่กำลังจะเข้ามา
เวลาที่เจอเรื่องร้ายๆผู้คนมักปลอบใจ ว่านั่นเป็นสัญญาณให้เรื่องดีๆมีโอกาสได้เข้ามา ในทางกลับกันแล้ว ถ้ามีเรื่องดีๆเข้ามา เรื่องไม่ดีจะตามเข้ามา ต่อแถวสลับกันไปหรือไม่ก็น่าคิด
ผมมองไปที่กล่อง Krispy Kreme ทำตาหยีพิจารณาขนาดโดนัทหนึ่งชิ้นกับขนาดปากตัวเองแล้ว คาดว่าจะจัดการได้ในหนึ่งทีอย่างไม่ยากเย็น แต่ด้วยความเกรงใจผู้คนเลยกัดไปเพียงคำเล็กๆ
ลองแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า ทุกอย่างดูมืดมิด ดวงดาวเอาแต่หลบตัว พลันคิดไปถึงเรื่องราวที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นก็นึกตลกตัวเอง
ผมนึกขอให้ได้ดูแสดงสดให้มากขึ้นกว่าในปีนี้ ที่ได้ดูมากมายเป็นประวัติการณ์ของตัวเองผมนึกขอให้ได้ฟังอัลบั้มดีๆให้มากขึ้นกว่าในปีนี้ ที่รู้สึกเหมือนหยุดตัวเองไว้เพียงแค่ช่วงครึ่งแีรกผมนึกขอให้ได้หยิบหนังสือมาอ่านให้มากกว่าในปีนี้ ที่ดูจะได้อ่านมากกว่าปีก่อนๆผมนึกขอให้ได้รู้จักใครต่อใครมากกว่าในปีนี้ ที่บางคนได้รู้จักเพียงน้อยนิดผมนึกขอให้ตัวเองเขียนได้ดีกว่านี้ เผื่อคุณๆจะได้ไม่เบื่อกันไปเสียก่อน
หรือจะขอกันสั้นๆซื่อๆว่า ให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีกว่าเดิม
อีกไม่กี่วินาทีปี 2006 จะจากไปแล้ว ปีนี้ไม่มีพลุให้สนั่นหวั่นไหว ไม่มีผู้คนคลาคล่ำให้เบียดเสียด มีแต่เกล็ดหิมะโปรยปริวให้เย็นเยือก ผมจัดการโดนัทในมือให้เรียบร้อย ตามด้วยชาให้สุขใจ ก่อนมาทุกข์ใจว่าถ้ายังทำตัวแบบนี้ ปีหน้าคงต้องเริ่มขอให้ร่างกายส่วนเกินหายไปอีกอย่าง
ระบบโทรศัพท์ทางไกลใช้การไม่ยักได้ คงเป็นเพราะต่างคนต่างต้องการส่งข้อความถึงกันและกัน ผมตั้งใจว่าจะรออีกสักหน่อย ก่อนลองใหม่้อีกสักครั้ง ส่วนข้อความที่อยากบอกนั้นไม่มีอะไรมาก สั้นๆเพียงแค่ว่า
สวัสดีปีใหม่ครับ

Categories: Me

Epilogue of The Textbook

เพราะเหนื่อยล้าจากการฟาดฟันกับการทำทันตกรรม ผมออกเดินทางตอนเช้าด้วยสภาพบูดเบี้ยว ใจเริ่มฟุ้งซ่านหวาดระแวงคนรอบข้างเพราะพลังการป้องกันตอนนี้ต่ำยิ่งกว่าศูนย์ หากทำอะไรไม่ถูกใจใครเค้า คงได้นอนหมอบหมดท่ากันง่ายๆ
เพราะต้องการถูกปลดปล่อย จึงได้รับการปลดปล่อย
ฟังดูก็น่าจะเป็นหนทางแห่งอิสรภาพที่น่าจะนำความเบิกบานมาให้มากมาย แต่เมื่อเวลามาถึงจุดสุดท้าย ความรู้สึกแท้จริงกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมคิดเอาว่าบาดแผลทางกายภาพคงเป็นตัวบั่นทอนชั้นดี แต่สาเหตุแท้จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันเลยแม้แต่น้อย ความเศร้าข้างในกายมากกว่าที่คอยเป็นตัวขับเคลื่อนที่แท้จริง
เข้าใจว่าผมเริ่มอ่านหนังสือออกได้จากการติดตามเจ้าแมวสีฟ้าตัวกลมบ๊อก เล่มต่อเล่มวนไปไม่มีจุดจบแน่นอน ต้องขอขอบคุณการฟาดฟันกันของสำนักพิมพ์การ์ตูนสมัยนั้น จนเมื่ออายุเริ่มขยับขึ้นไปอีกหน่อย ก็เริ่มจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือประเภทอื่นบ้าง จึงได้เริ่มรับรู้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งที่ต้องพานพบ
การพลิกหน้าสุดท้ายที่แสนเศร้า ยิ่งดีมาก ยิ่งตราตรึงมาก ก็ยิ่งเศร้า
ผมเหมาเอาเองว่านี่เป็นเหตุผลที่พอโตขึ้น ผมกลายเป็นคนชอบทำอะไรค้างๆคาๆ ก็จุดจบมันแสนเศร้าและดำมืด ผมนึกเข้าข้างตัวเอง
แต่เรื่องบางเรื่องหากไม่จบลงเสียก่อน ก็คงไม่อาจจะเริ่มต้นใหม่อีกเรื่องได้
เพราะองค์ประกอบแค่ส่วนเดียว แต่โชคร้ายที่เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต แม้องค์ประกอบส่วนอื่นจะดียังไง ก็ยังยากที่จะฉุดรั้งความเรียกร้องนี้ แม้ในช่วงชีวิตจะเต็มไปด้วยการตัดสินใจผิดพลาดมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมายเท่าไร
จากวันนี้ที่ผมเคยคิดว่าคงเป็นวันดีที่ได้รอคอยมานาน ตอนท้ายของวันผมก็ได้แค่นิ่งๆเศร้าๆ ผมบอกลาเครื่องไม้เครื่องมือผู้ซื่อสัตย์ เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าแล้วค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ ผมได้หนังสือชั้นดีเป็นการสั่งลามาหนึ่งเล่ม แม้จะเคยอ่านจบไปแล้ว แต่ดีเกินพอที่จะมีเก็บไว้ เค้าว่าถ้าโชคดีคงได้มาเดินทางด้วยกันอีก ผมเองก็หวังเช่นนั้น แม้คิดดูแล้วโอกาสแบบนั้นคงไม่ได้มาโดยง่าย แต่ความคาดหวังก็เป็นของขวัญชั้นดีสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง
วันนี้หนังสือของผมอีกเล่มเลยถูกพลิกออกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ผมปิดเล่มเก็บขึ้นชั้นพร้อมๆกับถูกบังคับให้ปิดฉากฟุตบอลโลก 2006 ลงในวันนี้
ยังไม่รู้ว่าเล่มต่อไปจะถูกเปิดขึ้นเมื่อไร รู้แต่ว่าสถานที่ที่จะเปิดต่อไปนั้นคงห่างไกลจากเดิมพอดู

Categories: Me