หิมะตกลงมานานแค่ไหนแล้วก็ยังไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าหลังคาเล็กๆที่คอยกำบัง ยังคงปกคลุมทำหน้าที่ได้อย่างดี แม้จะไม่แน่ใจว่าจะทานทนได้อีกนานแค่ไหนกัน ผู้คนยังร้างราเหมือนครั้งเมื่อมาถึง ปล่อยให้ผมได้โปรดเปรยชมเชย ม้านั่งไม้เรียบอย่างเงียบเชียบตามลำัพัง
รถประจำทางขาดหายอย่างน่าสงสัย จนนึกโกรธที่ตัวเองไม่ได้อยู่ลอนดอน ตารางเวลาที่ไม่เคยมีกับแผนที่ที่ดูวกวน ผมชำเลืองมองถนนให้แน่ใจ ว่าเส้นทางที่รอคอยยังอยู่ดี ถ้าไม่นับน้ำแข็งเกราะกรัง ชวนหวาดเสียวหากลงลื่น เส้นทางที่รอคอยยังคงไม่ได้หนีหายไปไหน หากแต่พาหนะเคลื่อนพา ยังคงขาดหายไร้ร่องรอย จนอดคิดไม่ได้ว่า รถประจำทางที่ว่านั้นผ่านเลยไปแล้วหรือยัง
“มีแต่ีรถประจำทางคันนั้นเท่านั้นที่พาไปถึง” เสียงบางเสียงกรอกก้องอยู่ในใจ
“แล้วจะทำยังไง ถ้ารถคันนั้นไม่ผ่านมา” ผมโพล่งตอบไปแบบไม่รู้เรื่องราว
แล้วจะทำยังไง ถ้ารถคันนั้นไม่ผ่านมา
.
เสียงเพลงจากวงสวีเดนวงหนึ่ง กล่อมโสทผ่านประสาทให้สั่นสะท้าน บางทีเรื่องแปลกประหลาดก็อาจเกิดขึ้นได้ เรื่องที่ไม่ได้คาดหวัง เรื่องที่ปล่อยผ่านเลยไป รถประจำทางในลอนดอนอาจจะมาตลอดไม่ขาดสาย ขณะที่รถประจำทางในกรุงเืทพคงมีแต่ตราสัญลักษณ์ที่ทำได้ใกล้เคียง
แต่ก็เป็นครั้งคราว ๆ ที่รถที่เรารอคอย โผล่ขึ้นมาต่อหน้าอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว รอยยิ้มปรากฎกับทุกคนทั้งคนรับและคนรอ เสน่ห์กรุงเทพ ? หรือว่าเรื่องลี้ลับ ? เปล่าหรอก มันก็เป็นอย่างที่มันเป็นแบบนั้นเอง
ผมยักไหล่ก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงอาการโคลงเคลง แล้วทำไมจู่ๆผมถึงมาอยู่บนเรือพายกลางมหาสมุทรแบบนี้ได้ เหมือนอย่างเคยที่ทุกอย่างรอบตัวจะเวิ้งว้างโพลนพลาน ผมลองจับไม้พายเลียนแบบท่าทางจากที่เคยเห็น ผลที่ได้คือวนเวียนไม่ไปไหน ก่อนจะทันได้อัปปางตัวเอง เรือก็ชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน เรือไม้แตกเป็นเสี่ยง เสียงดังคลุมโสตประสาท ไม่เคยนึกเลยว่าบั้นปลายชีวิตจะได้หวนคืนสู่ท้องทะเล
ดู The Radio Dept. เผื่อกันด้วย
.
ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงหลังคาที่หักลงมา แปลกใจเหลือคณนา แทนที่จะนอนจมใต้หลังคา กลับมานอนกองห่างหลบไปอย่างเฉียดฉิว [...]

Categories: Book · Me