Entries Tagged as 'Me'
More Than This
ผมปัดฝุ่นสดใหม่ที่กองอยู่บนโต๊ะอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา ด้วยกลัวว่าฝุ่นนั้นจะฟุ้งกระจายลงผิดไปจากที่ตั้งใจ ใครหลายคนคงคิดว่าผมเป็นพวกรักสะอาดเสียเต็มประดา ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เป็นคำตอบที่ผมคิดว่าใช่ แต่ด้วยละอายใจถ้าลองมองถึงสภาพเกลื่อนกลาดของสิ่งของที่กอง ๆ กันไ้ว้แล้ว เอาเป็นว่าผมไม่ชอบฝุ่นแค่นั้นก็แล้วกัน
แม้ว่าเหล่าสิ่งของมากมาย จะกองอยู่กันใกล้ชิดหนาแน่น แต่ก็ไม่เคยมีปัญหากับการหยิบหา ด่้วยระบบการซุกที่ดี ของต่าง ๆ จะมาโผล่เข้ามือได้อย่างไม่ยากเย็น วิธีการขั้นแรกคือซุกของไว้ในที่ ๆ เดียวกัน จากนั้นจัดแบ่งหมวดหมู่ตามลำดับการใช้สอย คุณลักษณะทางกายภาพ และที่มาที่ไปอันจัดเป็นข้อสำคัญ สุดท้ายเมื่อคุณอยากจะหยิบฉวยอะไรขึ้นมา ก็เพียงแต่ไล่ตามความสัมพันธ์จากสิ่งของต่าง ๆ นี่เอง
วิธีนี้อาจจะดูเปลืองเรี่ยวแรง และใช้หน่วยความจำในสมองไปมากมาย แต่ถ้าคิดเสียว่าเป็นการขัดเกลาหน่วยความทรงจำของก้อนสมอง มิให้แปรเปลี่ยนไปเป็นก้อนไขมัน ก็คงจะพอเอามาพูดได้ ทว่าความจริงแท้เหนืออื่นใดสำหรับผมแล้วนั้น ไม่มีความคิดจะเก็บของที่ไม่เหลือความทรงจำไว้แล้วแต่อย่างใด ดังนั้นวิธีการซุกอย่างที่ว่าก็ดูจะเข้ากับธรรมชาติของผมดีอยู่แล้ว ผมเฉไฉไปว่าอย่างนั้น
ผมสรุปความคิดของตัวเอง ก่อนจะเริ่มไล่ความสัมพันธ์จากเสียงลมที่ได้ยิน เศษกระดาษข้อความที่สอดไว้ในหนังสือ เหตุการณ์บางอย่างที่ล่องลอยออกมา กับกระป๋องโค้กหน้าตาประหลาด ก่อนผมจะหยุดลงที่ซีดีแผ่นหนึ่ง ซีดีแผ่นที่ว่ามีสกาเล็ต โยฮันส์สันกับเสื้อสีขาวบนที่นอนสีขาว อวดริมฝีปากสีแดงอ่อน ๆ กับนัยน์ตาชวนแนบกายชิดคู่ ที่บางคนก็อาจจะไม่ได้คิดอย่างนั้น
เครื่องเล่นเพลงของผมยังคงจากไป อย่างไม่มีวันกลับ ไม่ต้องมีตัวเลือกอะไรอีกต่อไป เสียงแผ่นซีดีเดินทางเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ ทำให้ผมแอบหวาดผวาไปเล็กน้อย เสียงเพลง Intro / Tokyo เริ่มขึ้นอย่างเวิ้งว้าง ผมจำไม่ได้แล้วว่าหยิบมาฟังครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน [...]
Time Flies
Nothing particular, just want to tell time flies.
People change, people never change.
Only confidence in saying everybody lies.
Weary of city noises though quiet town never be my right rhyme.
I sit tight, I hang on, I walk on and I feel tired.
My memory is fading but it’s you that I find.
Almost Over It
“หายไปนานนะ” ใบหน้าสดใสผิดแผกจากคราวก่อนกล่าวออกมา
“อื้อ” ผมกล่าวตอบแบบไม่รู้จะพูดอะไร
“แล้วเป็นไงบ้าง” เธอยังรุกเร้าต่อ
“เหมือนเดิมเลย” เหมือนเดิมจนน่ากลัว ผมคิดในใจ
ผมนั่งจมอยู่ในกองหนังสือที่ไม่ได้อ่าน แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ผมลองขยับกองที่ใกล้ตัวที่สุดออกไป เผื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับมนุษย์อื่นได้นั่งกัน
หนังสือกองที่ผมขยับออกไป บางเล่มก็เคยอ่านแล้ว บางเล่มก็เคยอ่านมาหลายรอบ แต่ก็มีหลายเล่มที่อ่านค้างคาไว้
ผมนึกตกใจกับจำนวนของประเภทหลังไม่น้อย
“แล้วไปคุยกับใครมาแล้วบ้าง” เธอยังคงไม่ลดละ
“ก็ไม่มากเท่าไร” ผมตอบแบบเหม่อ ๆ
“แล้วคุยแล้วเป็นไง”
“ก็ไม่ค่อยมีใครน่าสนใจเท่าไร”
“เลือกมากมักได้แร่”
“จริงทีเดียว” ผมตอบพลางพยักหน้า
ลมเย็นยะเยือกโบกพัดผ่านหน้าจนปากชา คงไม่แปลกอะไรถ้านี่เป็นห้องที่มีหน้าต่าง
แต่คิดอีกที ที่ผิดเพี้ยนกว่านี้ก็เคยมีมามาก เลยเก็บเวลาที่มีเหลือน้อย ๆ ไว้คิดอย่างอื่น
ผมผลัดเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายถามบ้าง ได้ความต่าง ๆ ไม่มากไม่น้อย เว้นไว้เพียงเรื่องบางเรื่อง ที่ตั้งใจละเลยไป
“แล้วตั้งใจจะทำอะไรต่อไป”
“ไม่ทำอะไร” ผมนึกอยากตอบแบบนั้น แต่รู้ดีว่าอาจทำให้หูตัวเองทำงานหนักโดยฉับพลัน
“ก็คงทำแบบที่ตั้งใจไว้” ผมตอบให้ดูดีไปอย่างงั้น
“หึ” เธอว่าแบบรู้ทัน
“หึ” ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง
ผมเปิดเพลงกลบเกลื่อน โดยไม่ทันคิดถึงเพลงที่เปิดทิ้งเอาไว้
“เพลงเศร้านะ”
“เหลือคณนา”
ลมยะเยือกโบกพัดผ่านใบหน้าอีกครา หากแต่ครั้งนี้ริมฝีปากกลับนุ่มนวลอบอวล จนไม่คิดอยากลืมตา
“เหลือคณนา” เธอกล่าวเชิงถาม
“ใช่ เหลือคณนา” ผมตอบได้แค่นั้น
.
Bears: Over It