Entries Tagged as 'Book'
Almost Over It
“หายไปนานนะ” ใบหน้าสดใสผิดแผกจากคราวก่อนกล่าวออกมา
“อื้อ” ผมกล่าวตอบแบบไม่รู้จะพูดอะไร
“แล้วเป็นไงบ้าง” เธอยังรุกเร้าต่อ
“เหมือนเดิมเลย” เหมือนเดิมจนน่ากลัว ผมคิดในใจ
ผมนั่งจมอยู่ในกองหนังสือที่ไม่ได้อ่าน แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ผมลองขยับกองที่ใกล้ตัวที่สุดออกไป เผื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับมนุษย์อื่นได้นั่งกัน
หนังสือกองที่ผมขยับออกไป บางเล่มก็เคยอ่านแล้ว บางเล่มก็เคยอ่านมาหลายรอบ แต่ก็มีหลายเล่มที่อ่านค้างคาไว้
ผมนึกตกใจกับจำนวนของประเภทหลังไม่น้อย
“แล้วไปคุยกับใครมาแล้วบ้าง” เธอยังคงไม่ลดละ
“ก็ไม่มากเท่าไร” ผมตอบแบบเหม่อ ๆ
“แล้วคุยแล้วเป็นไง”
“ก็ไม่ค่อยมีใครน่าสนใจเท่าไร”
“เลือกมากมักได้แร่”
“จริงทีเดียว” ผมตอบพลางพยักหน้า
ลมเย็นยะเยือกโบกพัดผ่านหน้าจนปากชา คงไม่แปลกอะไรถ้านี่เป็นห้องที่มีหน้าต่าง
แต่คิดอีกที ที่ผิดเพี้ยนกว่านี้ก็เคยมีมามาก เลยเก็บเวลาที่มีเหลือน้อย ๆ ไว้คิดอย่างอื่น
ผมผลัดเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายถามบ้าง ได้ความต่าง ๆ ไม่มากไม่น้อย เว้นไว้เพียงเรื่องบางเรื่อง ที่ตั้งใจละเลยไป
“แล้วตั้งใจจะทำอะไรต่อไป”
“ไม่ทำอะไร” ผมนึกอยากตอบแบบนั้น แต่รู้ดีว่าอาจทำให้หูตัวเองทำงานหนักโดยฉับพลัน
“ก็คงทำแบบที่ตั้งใจไว้” ผมตอบให้ดูดีไปอย่างงั้น
“หึ” เธอว่าแบบรู้ทัน
“หึ” ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง
ผมเปิดเพลงกลบเกลื่อน โดยไม่ทันคิดถึงเพลงที่เปิดทิ้งเอาไว้
“เพลงเศร้านะ”
“เหลือคณนา”
ลมยะเยือกโบกพัดผ่านใบหน้าอีกครา หากแต่ครั้งนี้ริมฝีปากกลับนุ่มนวลอบอวล จนไม่คิดอยากลืมตา
“เหลือคณนา” เธอกล่าวเชิงถาม
“ใช่ เหลือคณนา” ผมตอบได้แค่นั้น
.
Bears: Over It
Bus
หิมะตกลงมานานแค่ไหนแล้วก็ยังไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าหลังคาเล็กๆที่คอยกำบัง ยังคงปกคลุมทำหน้าที่ได้อย่างดี แม้จะไม่แน่ใจว่าจะทานทนได้อีกนานแค่ไหนกัน ผู้คนยังร้างราเหมือนครั้งเมื่อมาถึง ปล่อยให้ผมได้โปรดเปรยชมเชย ม้านั่งไม้เรียบอย่างเงียบเชียบตามลำัพัง
รถประจำทางขาดหายอย่างน่าสงสัย จนนึกโกรธที่ตัวเองไม่ได้อยู่ลอนดอน ตารางเวลาที่ไม่เคยมีกับแผนที่ที่ดูวกวน ผมชำเลืองมองถนนให้แน่ใจ ว่าเส้นทางที่รอคอยยังอยู่ดี ถ้าไม่นับน้ำแข็งเกราะกรัง ชวนหวาดเสียวหากลงลื่น เส้นทางที่รอคอยยังคงไม่ได้หนีหายไปไหน หากแต่พาหนะเคลื่อนพา ยังคงขาดหายไร้ร่องรอย จนอดคิดไม่ได้ว่า รถประจำทางที่ว่านั้นผ่านเลยไปแล้วหรือยัง
“มีแต่ีรถประจำทางคันนั้นเท่านั้นที่พาไปถึง” เสียงบางเสียงกรอกก้องอยู่ในใจ
“แล้วจะทำยังไง ถ้ารถคันนั้นไม่ผ่านมา” ผมโพล่งตอบไปแบบไม่รู้เรื่องราว
แล้วจะทำยังไง ถ้ารถคันนั้นไม่ผ่านมา
.
เสียงเพลงจากวงสวีเดนวงหนึ่ง กล่อมโสทผ่านประสาทให้สั่นสะท้าน บางทีเรื่องแปลกประหลาดก็อาจเกิดขึ้นได้ เรื่องที่ไม่ได้คาดหวัง เรื่องที่ปล่อยผ่านเลยไป รถประจำทางในลอนดอนอาจจะมาตลอดไม่ขาดสาย ขณะที่รถประจำทางในกรุงเืทพคงมีแต่ตราสัญลักษณ์ที่ทำได้ใกล้เคียง
แต่ก็เป็นครั้งคราว ๆ ที่รถที่เรารอคอย โผล่ขึ้นมาต่อหน้าอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว รอยยิ้มปรากฎกับทุกคนทั้งคนรับและคนรอ เสน่ห์กรุงเทพ ? หรือว่าเรื่องลี้ลับ ? เปล่าหรอก มันก็เป็นอย่างที่มันเป็นแบบนั้นเอง
ผมยักไหล่ก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงอาการโคลงเคลง แล้วทำไมจู่ๆผมถึงมาอยู่บนเรือพายกลางมหาสมุทรแบบนี้ได้ เหมือนอย่างเคยที่ทุกอย่างรอบตัวจะเวิ้งว้างโพลนพลาน ผมลองจับไม้พายเลียนแบบท่าทางจากที่เคยเห็น ผลที่ได้คือวนเวียนไม่ไปไหน ก่อนจะทันได้อัปปางตัวเอง เรือก็ชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน เรือไม้แตกเป็นเสี่ยง เสียงดังคลุมโสตประสาท ไม่เคยนึกเลยว่าบั้นปลายชีวิตจะได้หวนคืนสู่ท้องทะเล
ดู The Radio Dept. เผื่อกันด้วย
.
ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงหลังคาที่หักลงมา แปลกใจเหลือคณนา แทนที่จะนอนจมใต้หลังคา กลับมานอนกองห่างหลบไปอย่างเฉียดฉิว [...]
Abandon The Old In Tokyo
หลังจากตื่นตาตื่นใจ (และตกใจ) ไปกับงาน The Push Man and Other Stories แล้วก็เพิ่งจะได้มีโอกาสอ่านงานที่ถูกนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษเล่มที่สอง ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Drawn & Quaterly เ้หมือนเดิม
Abandon The Old In Tokyo ยังคงเป็นการรวบรวมผลงานขนาดสั้นจำนวน 8 เรื่อง ขุณะ้เดียวกันแต่ละเรื่องก็มีความยาวมากกว่างานในคราวก่อน ความโดดเดี่ยวเจ็บลึกตามแนว gekiga ยังคงเดิม กับมุมมองจากตัวละครเปล่าเปลี่ยวในเมืองใหญ่อันพลุกพล่าน
หากเทียบกับงานคราวก่อนก็คงบอกได้ว่างานคราวนี้ดูนุ่มนวลกว่า อาจะเป็นเพราะความยาวที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะที่ความรุนแรงอย่างเด่นชัดถูกเจือจางไป ความมืดหม่นกับหนักหน่วงถาโถมมากกว่าเดิม โดยเฉพาะตอน Unpaid ที่กล่าวชีวิตเจ้าของบริษัทผู้ล้มละลาย ก่อนปิดฉากชีวิตอย่างเฉียบเย็นไม่ต่างจากมือคนอ่าน
อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกได้ คือความหลากหลายในเรื่องราวเส้นเดิมที่เพิ่มขึ้น อย่างเรื่อง The Hole ที่กล่าวถึงความขนขื่นที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว อันเป็นผลมาจากผู้ชายบนโลก แทนที่จะเป็นมุมมองสะท้อนจากชายวันปลายหนุ่มเหมือนเรื่องอื่น ๆ
มาคิดได้ว่าที่ชอบผลงานของคุณโยชิฮิโร ทัตสึมิ ก็คงเพราะเป็นหนังสือการ์ตูนที่ทิ้งความคิดห้วงคนึง ไว้อย่างที่คนอื่น ๆ ไม่อาจจะเทียบได้
จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่น่าำกลัวที่สุดในโลก ก็คงเป็นความจริงนี่เอง
Categories: Book