Travis is Art, Music and Jaffa Cakes
(Jul 21, 2007: Vic Theatre)
ผมยืนเงียบๆท่ามกลางผู้คนแวดล้อม นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน Travis มาเล่นคอนเสิร์ตพร้อมกับ Coldplay ที่สิงคโปร์ ปล่อยให้ผมที่อยู่ในไทยอิจฉาปนเศร้า ต่อมาไม่นาน Coldplay ก็มาเล่นที่ไทยจนได้ ก่อนจะติดอยู่ในใจอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นทั้งเส้นวัด และของหยิบจับแสนสะดวก
ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยได้ยินมาว่าชุด A Rush of Blood To The Head ขายได้มากเป็นประวัติการณ์ นี่อาจจะเป็นเหตุผลก็ได้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
หลังจากนั้น Coldplay ก็เหมือนได้เกาะกระแสลมบน นิยมกันทั่วโลกไม่เว้นแต่ทวีปอเมริกา ขณะที่ Travis ดูเหมือนจะหยุดตัวเองไว้ The Boy with No Name เป็นอัลบั้มที่ดี แต่ความต่อเนื่องจากเพลงสู่เพลงยังเป็นที่น่าสงสัย ไม่งั่นนี่อาจจะกลายเป็นจุดดีดกลับของทางวงอีกครั้งก็ได้ เรื่องแบบนี้อาจจะเป็นสาระสำคัญในเรื่องหนึ่ง แต่มิใช่ว่ามุมมองของวงหนึ่งวงจะมุ่งหมายเหมือนวงอื่น หรือสิ่งที่คนพยายามยัดเยียดให้
เสียงเพลงมวยสากลชิงแชมป์โลกดังกระหึ่มเหมือนอยู่ผิดงาน ชุดวอร์มสีสันแสบตาสะท้อนลำแสงสว่างไสวอย่างโดดเด่น ชายสี่คนค่อยเคลื่อนตัวจากประตูทางเข้าด้านหลัง ก่อนส่งมือไม้แปะป่ายกับผู้โชคดีตามขอบทาง ก่อนจะกระโดดขึ้นเวทีด้านหน้าพร้อมเสียงกรีดร้องอันเป็นสุขของผู้คน Selfish Jean เขย่าอารมณ์พึงพาผู้คนเกาะความเคลื่อนไหวของอารมณ์ เข้าสู่ดนตรีบรรเลงได้อย่างกลมกลืน
เสื้อยืด Travis ที่ขายอยู่หน้างานดูดีขึ้นมาหลายขีดเมื่อเห็นคุณ Fran ใส่ คุณ Dougie ยืนเล่นเบสด้วยท่าทางเก๊ก ๆ และแอบขำอย่างที่คุ้นตาอยู่ที่ทางซ้ายของคนดู ขณะที่คุณ Andy เล่นกีตาร์ขโมยความเด่นอยู่ทางขวา ปล่อยให้คุณ Neil ยึดพื้นที่ด้านหลังตีกลองแบบขรึมๆ
เสียงดนตรีเริ่มต้นของ Writing To Reach You ดึงผู้คนจดจ่อไปกับเพลงที่หลายคนมักคิดถึงยามอารมณ์คนึงหา ก่อนจะเป็น Love Will Come Through ที่ต่อกันได้อย่างหมดจดไม่ว่าจะแง่ไหน ก่อนจะเป็นเพลง As You Are ที่ต้องแอบปาดน้ำตาเมื่อเพลงจบลงทั้งผมเอง และคุณ Fran
เรื่องหนึ่งที่สงสัยมานาน ก่อนจะได้รับการยืนยันในวันนี้คือเหตุผลที่คุณ Fran เปลี่ยนจากทรงโมฮอว์กที่ดูดีกว่าโมฮอว์กธรรมดาๆของคนอื่น มาเป็นทรงอย่างที่เห็นทุกวันนี้ มันเป็นเพราะ David Beckham จริงๆ ให้ตายสิ
งานจากชุดต่างๆถูกนำเสนอกันเป็นอย่างดี The Line is Fine ถูกใช้เป็นเพลงเตือนระลึกถึงความหลังจากอัลบั้มชุดแรก ก่อนจะตอกย้ำไปอีกด้วย All I Want to Do is Rock เป็นการบอกแฟนๆว่า “We are not like Coldplay, we are not like Keane. Travis is rock!” คุณ Fran บอกแฟนๆแบบอารมณ์ดี ขณะที่ Closer กับ Sing เป็นเพลงย้ำเตือนคนดูว่าไม่ได้มาผิดงาน ก่อนจะปิดฉากด้วย Turn ที่กระหึ่มเสียงร้องกันอย่างไม่เกรงใจ
เพราะโลกที่อยู่นอกกรอบของเรา และเรื่องที่เราต้องเรียนรู้นั้น มีอยู่จริงๆ
Travis กลับมาตามธรรมเนียมสากล ก่อนประกาศอุทิศการแสดงสดครั้งนี้ให้กับโพรดิวเซอร์ Nigel Godrich แล้วให้สมาชิกในวงมายืนรวมตัวกันร้อง Flowers in The Window ให้น่ารักสมเพลง และถ้านึกสงสัย ชายคนซ้ายมือคือคุณ Claus Bjorklund มือเปียโนที่มาช่วยเล่นในการทัวร์อัลบั้มนี้ โดยที่คุณ Fran ใช้วิธีการแนะนำที่คนดูไม่มีทางลืมชื่อไปได้ เพราะให้ตะโกน Claus! ตลอดท่อนเปียโนโซโล่ของเพลง Good Feeling ที่คนดูร่วมเล่นกันอย่างเบิกบาน
เสียงตะโกนจากคนดูคนหนึ่งไปถึงหูคุณ Fran ว่า She’s So Strange คุณ Fran เห็นเป็นเรื่องดีที่มีคนขอนอกเหนือนจากเพลงฮิตอื่นๆ ผมเองก็ต้องขอขอบคุณคนนั้นด้วยเช่นกัน ก่อนคุณ Fran จะแอบชะงักกับเนื้อเพลงไปเล็กน้อยเพราะไม่ได้เล่นสดมานาน
ก่อนจะสานต่อความเลื่อนไหลด้วย I Love You Anyways จนต้องนึกใช่เลยอยู่ในใจ
“It makes you feel 7 years younger when you do it.
You’ll feel 10 years older tomorrow morning when you wake up.”
คุณ Fran บอกก่อนจะเล่น Why Does It Always Rain On Me? ที่ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความสดใส คุณ Fran ขอร้องให้คนดูกระโดดไปกับเพลง ไม่เว้นแม้แต่คนนั่งดูชั้นบนหรือที่นั่งชั้นราชินี ถึงเวลานี้ต่อให้กระโดดตีลังกาทุกคนก็ดูจะยินดี แต่ไขว่นิ้วทั้งสี่พร้อมกระโดดไปด้วยนี่ก็ลำบากใช่เล่น
การแสดงสด Travis จบลงตรงนี้พร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบไม่ต้องเก็บอาการ ที่เคยได้ยินมาว่า Travis แสดงสดแต่ละครั้งเหมือนเล่นกันเป็นครั้งสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่เพียงน้อยนิด
ทำให้ทุกวันเหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตสินะ
ผมเดินออกมา พร้อมกับคิดอยู่ในใจ
.
คุณ Fran ประกาศกับคนดูว่าอนุญาตให้อวดวิดีโอที่อัดกันในงานได้ตามสะดวก มาค้นดูทีหลังพบว่าแฟนๆตอบสนองกันอย่างดีมาก ถึงแม้ว่าคุณภาพเสียงจะำไม่ค่อยดีหรือบางอันก็จัดว่าเลวร้าย แต่ก็เอามาฝากเผื่อจะอยากดูกัน
ฺOpening (ฉากเปิดตัวอันฮือฮา)
- Selfish Jean
- Eyes Wide Open
- Writing to Reach You
- Love Will Come Through
- As You Are
- My Eyes
- Pipe Dreams
- The Line is Fine
- Side
- Driftwood
- Good Feeling
- Closer
- Sing
- Battleships
- All I Want to Do is Rock
- Turn
Encore:
- Flowers in the Window [front angle, close up angle]
- She’s So Strange
- I Love You Anyways
- Why Does it Always Rain on Me
อนึ่ง เห็นว่าเค้าคงไม่เลิกบล๊ิอก YouTube กันง่ายๆ เลยรวบรวมไว้ให้ตรงนี้แทน










August 4th, 2007 at 7:05 am
อูย อิจฉาสุดๆ ไปเลย
August 4th, 2007 at 7:33 am
อ๊า อยากดู closer
August 4th, 2007 at 10:35 am
งวดนี้ถ่ายรูปงดงามมาก
ไว้จะขอรูปที่ยืนด้วยกันสี่คน มีคุณฟรานถือกีตาร์โปร่งร้องเพลงเอามาทำ theme ที่บ้านของตัวเอง
อนึ่ง, อยากฟัง flowers in the window เป็นๆ บ้างจัง
‘oh wow look at you now, flowers in the window.”
ps กำลังเป็นหวัดงอมแงม น่าโมโหตัวเองจริง
ps เพิ่งดู แสงศตวรรษ จบไปตะกี้ งดงาม… การเดินทางมาถึงของความรักเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและมีความหมาย รักคุณเจ้ยจัง (มาบอกอะไรตรงนี้เนี่ย!)
August 4th, 2007 at 10:38 am
ลืมไปเรื่องเสื้อยืดคุณฟราน
มองไม่เห็นตัวเลือกข้างล่าง
อะไรต่อจากคำว่า music เหรอคะ?
art
music
and you?
>_
August 5th, 2007 at 11:03 pm
T_T อ่านแล้วจะร้องไห้
ทำไมต้องร้องด้วยนะ
มันทำให้นึกถึงความรู้สึกของการได้ดูคอนเสิร์ตเขา
จากแค่แผ่นดีวีดี แต่ก็ให้ความรู้สึกเต็มตื้นทุกครั้งที่หยิบมาดู
แค่แผ่นเดียว แต่รู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดพวกเขา
อาจเป็นเพราะคุณฟรานมักจะอธิบายที่มาที่ไปของเพลงให้ได้รู้
ขอบคุณมากๆค่ะ
มาแสดงในไทย ได้แต่หวัง ขอหวังไปเรื่อยๆ
แฟนเพลงในไทยก็ไม่ใช่น้อยๆ ช่วยมาหน่อยเถอะ
ซีดีก็ซื้อทุกแผ่นที่ออกในไทยแล้ว
ช่วยมาหน่อยเถอะ (บอกใครอยู่ล่ะเนี่ย)
August 6th, 2007 at 10:32 pm
หรือต้องรอให้ไม่ดังก่อน
แต่ก็ดูไม่เป็นมงคล
มีคนฟังที่นี่เยอะเลย ไม่รู้จัก Travis
แต่เป็นแฟนเพลง Closer
เหอ - เหอ
คิดออกละ
ทำ fan video จากเมืองไทยบ้างด
August 9th, 2007 at 4:31 pm
มาช่วยยืนยันว่า travis เป็นวงที่เล่นสดดีจริงๆ
บังเอิญว่าได้ไปดูคอนเสิร์ตที่ทำให้คุณ s65 เศร้าเมื่อหลายปีก่อน
ตอนนั้น coldplay ที่เล่นด้วยกันจืดไปเลย เทียบกันไม่ติด
ก่อนหน้านี้ travis ชอบปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง happy
เราว่าความรู้สึกของแฟนเพลงขณะนั้นไม่มีอะไรตรงไปกว่าเพลงนี้อีกแล้ว
ทุกคนที่ได้ดู travis เล่นสด ไม่มีใครไม่ happy
สุดยอดจริงๆ
August 25th, 2007 at 8:08 am
เฮ่อ~