Pitchfork Music Festival 2007

มหกรรมดนตรีที่จัดโดย Pitchfork Media เล่นกันที่ Union Park เป็นเวลาสามวัน 13-14-15 กรกฎาคม เพราะตั๋วถูกสุดคุ้มกับจำนวนร่วม 40 วง คนเลยล้นหลามแน่นขนัด ไปดูมาได้ดังนี้
(ศุกร์ 13)
Sonic Youth
เปิดวันแรกด้วยการไปดู Sonic Youth เล่นอย่างเพลิดเพลิน ไม่ใช่แฟน Sonic Youth แต่ก็ประทับใจเพราะเล่นดีสมกับที่โลดแล่นมาอย่างยาวนาน งานนี้มาเพื่อเล่นชุด Daydream Nation โดยเฉพาะ แต่ช่วงอังกอร์แอบเล่นเพลงจากชุดล่าสุด Rather Ripped อย่าง Incinerate เป็นการขอบคุณประชาชน แต่ผมดันเดินออกมาก่อน เลยได้ฟังแบบไกลๆแทน ทำอะไรลงไป…
(เสาร์ 14)
Voxtrot
วันเสาร์ไปถึงก่อนบ่ายสองเล็กน้อย อากาศกำลังร้อนแรงได้ที่คาดว่าจะเป็นเพราะพกร่มไปด้วย พยากรณ์อากาศก็ยังต้องใส่ค่าบวกลบกันต่อไป ด้วยความโชคดีที่ขยับตัวเข้าไปได้จังหวะ ประกอบกับคนยังมาไม่เต็มที่ เลยได้เห็นหน้าตาแปลกแยกของแต่ละคนกันแบบชัดๆ โดยเฉพาะมือกีตาร์ที่อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นอะไรกับ Rowan Atkinson
เช็กเสียงกันพลาดไปพักใหญ่ก่อนจะเล่นแบบต่อเนื่องด้วยเพลงจากชุดใหม่เป็นหลักอย่าง Kid Gloves, Ghost, Brother In Conflict, Steven ปนเปไปกับงานเก่าอย่าง Start of Something แม้ว่าช่วงแรกๆจะแอบเกร็งเล็กน้อย แต่ก็สลายจากไปตามเวลาและเสียงกรี๊ดจากสาวๆ คุณ Ramesh Srivastava กระโดดโลดเต้นสลับนั่งเล่นคีย์บอร์ดขโมยซีนเป็นบางเพลง ก่อนจะปิดการแสดงจากลาแฟนๆ
จริงๆก็ชอบอัลบั้ม Voxtrot นะแต่พอฟังไปนานๆแล้วกลับไปฟัง Raised by Wolves แล้วรู้สึกงานเก่าลึกล้ำกว่านะ
Grizzly Bear
หลังจาก Voxtrot เล่นจบก็ตีจาก Connector Stage ไปยังเวทีหลัก Aluminium Stage เพื่อดู Grizzly Bear แต่ถึงตอนนี้คนก็จับจองพื้นที่ดีดีกันไปเรียบร้อยแล้ว เลยได้ยืนสัมผัสเพลงจากไกลๆ แต่ก็ยังคงไม่ผิดหวังแม้จะรู้สึกแปลกๆที่ต้องมายืนดู Grizzly Bear กลางแดดเปรี้ยงก็ตาม และจากที่สงสัยนิดหน่อยว่าดนตรีแบบ Grizzly Bear มาเล่นกลางแจ้งแบบนี้จะเป็นยังไง ก็ต้องบอกว่าความดีงามก็ยังเหมือนเดิม ไม่แพ้ครั้งก่อนที่ได้ดูตอนมาเล่นกับ Feist และถ้าจะมีอีกครั้งก็ยังคงไม่ขอพลาด แต่คงต้องเป็นชุดหน้าแล้วเพราะได้ยินแว่วๆว่านี่จะเป็นทัวร์สุดท้ายของวง
Fujiya & Miyagi
ถัดจาก Grizzly Bear ก็จะเป็นช่วงให้ต้องคิดหนักเพราะเป็นคิว Fujiya & Miyagi กับ Battles เล่นพร้อมกัน แอบชอบวงแรกมากกว่าเลยตัดสินใจพาตัวเองไป Balance Stage ก่อนจะพบว่าทำไมเวทีนี้มันเล็กและแคบอย่างนี้เนี่ย ระหว่างรอวงเซ็ทเสียง เลยขอไปเดินรอบๆก่อนพบแผงขายแผ่นเสียงจำนวนมาก ไม่น่าเลย ผมคิดอยู่ในใจ
หลังจาก Fujiya & Miyagi เล่นไปได้สองเพลงก็พบว่าขอลาดีกว่า เนื่องจากเสียง ณ ตำแหน่งยืน (อันไกลลิบ) นั้นแย่มาก เวทีนี้ถือเป็นจุดด่างพร้อยจริงๆ เลยตั้งใจว่าถ้ามีวาสนาไว้เจอกันใหม่แล้วกัน
Battles
ตัดสินใจซมซานกลับไปดู Battles ที่กำลังอวดลีลาอย่างเมามันส์
การจะแก้ไขปัญหาพลังงานบนโลกนี้อาจจะไม่ลำบากกันอย่างที่คิด เพราะ Battles คิดค้นวิธีแปรเปลี่ยนทำนองและเสียงสาย ให้กลายเป็นพลังงานแบ่งปันกันได้อย่างเหลือเฟือ อยากรู้ต้องลองฟัง Race In หรือ Atlas ดู
จนเมื่อเล่นจบแล้วก็ยังเห็นหลายคนมีน้ำใจ ฮัมท่วงทำนองเผื่อแผ่พลังงานไปยังกลุ่มคนที่รอดู Iron & Wine กันอย่างเบิกบาน
Iron & Wine
Iron & Wine เป็นวงโฟล์คร็อกอันมีสมาชิกหนึ่งคนคือคุณ Sam Beam ผู้มีผมเผ้าหนวดเครารุงรังสมแนวจริงๆ ถ้าถามว่าแนวเพลงแบบนี้มาเล่นกลางแจ้งอันมีเสียงรบกวนได้ง่ายจะเป็นยังไง ก็ต้องบอกว่า Iron & Wine สะกดคนดูได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะเพลงจากชุดใหม่ The Shepherd’s Dog นั่นเล่นได้โดดเด่นเป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะชุดใหม่นี้ถ้าได้ฟังกัน คงจะสังเกตุกันได้ว่ามีรายละเอียดและส่วนประกอบที่ช่วยขยับอารมณ์ได้มากกว่าเดิม
ปิดการแสดงไปแล้ว แต่แฟนๆยังไม่ยอม พักใหญ่ๆคุณ Sam Beam ก็ออกมาเล่นเดี่ยวแบบสุดประทับใจกับคัฟเวอร์ No Surprises
โอ้วว…
(อาทิตย์ 15)
The Sea and Cake
วันอาทิตย์ฟ้าใสแดดเปรี้ยง ตัดสินใจสละวงแรกๆเพื่อรักษาร่างกายอันไม่ค่อยทานทน มาดู The Sea and Cake ตอนสี่โมงเลย เนื่องจากไม่เคยเห็นหน้าตามาก่อน พอมาเห็นตัวจริงแล้วก็อึ้งไม่น้อย ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องบอกว่าทำลายความฝันกันอย่างมาก (ฮา)
แม้ว่าจะมาด้วยภาพลักษณ์พนักงานบริษัทวัยกลางคน แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวพันกับตัวเพลงแต่อย่างใด กลับน่าทึ่งยิ่งกว่าเพราะจากเพลงนุ่มๆที่เคยฟังมา กลับเล่นสดได้ร๊อกทรงพลัง แต่ก็ยังคงความนุ่มนวลชวนฟังไว้ได้ไม่ผิดเพี้ยน น่าจะพูดได้ว่านี่เป็นวงตัวอย่างของการเล่นสดวงหนึ่งได้แบบเต็มปากจริงๆ
๋Jamie Lidell | Stephen Malkmus
เนื่องจากร้อนเลยตัดสินใจไปเดินดูของ แต่ไม่มีเงินซื้อก่อนกลับมานั่งหลบแดดดู Jamie Lidell โชว์เดี่ยวดนตรีสำหรับขาเต้น ต่อด้วย Stephen Malkmus ให้ฟังกันแบบเพลินๆ
Of Montreal
น่าจะเป็นโชว์ที่คนดูเยอะที่สุดในงานนี้ เพราะแม้แต่คนที่ยืนรอดูอีกเวทีก็ยังต้องเหลียวมอง กับโชว์สุดอลังการอุดมไปด้วยตัวประหลาดและของเล่น เรียกเสียงฮือฮาเป็นที่สุด ดูแล้วแอบนึกถึง Paradox ประเทศไทย
เพลงฮิตจาก Hissing Fauna Are You The Destroyer ถูกขนมาถล่มคนดูให้กรี๊ดกร๊าดแบบไม่ยั้งกับ Suffer For Fashion, Bunny Ain’t No Kind Of Rider, Heimdalsgate Like A Promethean Curse หรืองานเก่าอย่าง Chrissie Kiss The Corpse
ข้อเสียอย่างเดียวคือคนตั้งใจมาดู Of Montreal มากเกินไปชนิดไม่เหลือผืนหญ้าให้แลเห็น เลยต้องระเห็จมาอยู่อีกเวทีเพื่อรอดูวงที่ตั้งใจไว้ของวัน The New Pornographers
The New Pornographers
เป็นวงที่ตั้งใจอยากดูมานานแล้วก็ไม่ผิดหวัง แม้จะมากันแบบไม่เต็มวง แต่ก็ไม่รู้สึกผิดเพี้ยนไปจากที่คิด เล่นเพลงปะปนไปตั้งแต่ชุด Mass Romantic ไปจนถึงชุดล่าสุด Challengers
ยินดีที่เล่นเพลงจากชุด Twin Cinema ไปไม่น้อย โดยเฉพาะเล่นเป็นเพลงจบสามเพลงรวดจาก Twin Cinema, Sing Me Spanish Techno ก่อนจะหยิบ The Bleeding Heart Show มาเป็นเพลงปิดได้อย่างน่ายินดีเป็นที่สุด
บางคนบอกว่าฟัง The New Pornographers แล้วช่วยปัดเป่าเรื่องแย่ๆออกไป ผมก็ไม่มีอะไรจะกล่าวให้ขัดข้อง
.
สามวันผ่าน สังขารเปลี่ยน แต่คิดแล้วก็เป็นเรื่องยินดีที่ได้มาดู เพราะคาดว่าคงมีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว
ว่าแต่่เค้ายังมีโครงการจะจััดประมาณ BKK100Rock กันอีกมั้ย ?























July 20th, 2007 at 4:23 pm
ขอบคุณท่านที่ลิงค์กันมา ^^
เห็นด้วยกับ voxtrot ที่ว่า อีพี(ส์) แจ่มกว่า งานเต็ม ไม่ได้ถึงกับฟังแล้วผิดหวัง แต่อาการหวือหวายามได้ฟัง มันหายไป ว่ามั้ย
แปลกใจด้วย ที่ว่า คุณแซมเล่นสดกลางแจ้งในที่อึกทึกแบบนั้นยังคว้าใจแฟนๆ ได้ น่าประทับใจแทนศิลปิน
คอนเสิร์ตโฟล์คมักจินตนาการ การเล่น venue เล็กๆ บรรยากาศเงียบๆ กันเอง มากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ได้แต่จินตนาการทึกทักไปเอง เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ดู TT
July 20th, 2007 at 11:05 pm
ต้องบอกไหมว่า อิจฉา
เหอ เหอ
ที่ดูๆไป ก็อยากดูตามหลายวง
ส่วน cover no surprises แน่นอนไม่พลาด
แต่เป็น youtube ก็ต้องใช้โปรแกรมพิเศษดูหน่อยนะ
เลยยังไม่เข้าดูตอนนี้
อุอุ
July 29th, 2007 at 7:38 pm
อ่อ BKK100Rock เข้าใจว่า
ไม่มีแล้ว
u_u