ส่วนหนึ่งจากบทนำของหนังสือ พระจันทร์

“พระจันทร์” คืองานเขียนแบบเรื่องสั้นของนักเขียนสองคน (สปุตนิก และไลก้า)

นักเขียนทั้งสอง ต่างคนต่างแต่งเรื่องและนำเรื่องสั้นทั้งสองมารวมไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อพระจันทร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อจากแนวคิดของชาวอินเดียแดง ที่มีชื่อเรียกพระจันทร์แตกต่างกันไปในแต่ละเดือน อันแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแต่ละเดือนที่ผูกพันกับธรรมชาติ ทั้งการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน

ในค่ำคืนที่เรามองเห็นพระจันทร์ผ่านที่ต่างๆ กับคนที่เราร่วมใช้จ่าย หลายต่อหลายครั้งที่เราต่างหลงใหลกับแสงนวลเย็นตา เราล้วนมีความทุกข์ ความสุข ความเหงา ความเศร้าและความรัก ไม่ต่างจากตัวละครที่โลดแล่น

ผมถามตัวเองว่าครั้งสุดท้ายที่ได้แหงนมอง จ้องหาพระจันทร์นั้นเป็นเมื่อไร น่าเสียดายว่าคงตอบได้ยากเต็มที ไม่ได้นึกแหงนมอง มิได้หมายถึงเพิกเฉย คำแก้ตัวราคาถูกที่พบเห็นทั่วไป โผล่ตัวออกมาได้ทุกครั้ง แม้ไม่นึกต้องการ

ชีวิตผมทุกวันนี้ มิได้มีเรื่องเกี่ยวก้องข้องโยงกับพระจันทร์แม้แต่น้อย แต่พอได้ปล่อยตัวจ้องมองพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ ก็พาคิดถึงสิ่งต่างๆมากมาย อาทิ

  • ขนมไหว้พระจันทร์
  • กระต่าย
  • มนุษย์หมาป่า
  • แลนซ์ อาร์มสตรอง ควรจะเป็น นีล อาร์มสตองสินะ
  • CQ
  • อื่นๆ ?

อันล้วนแต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องผูกโยงกับพระจันทร์โดยตรง แต่นั่นมิใช่สำหรับหนังสือพระจันทร์เล่มนี้ (อย่างน้อย ก็ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการสำรวจดวงจันทร์่)

เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดในหนังสือพระจันทร์ เป็นเรื่องราวของผู้คนมากมายที่ต่างใช้ชีวิตรายล้อมรอบตัวเรา หากยังไม่ลืม เป็นแน่ว่าทุกคนต่างล้วนใช้ชีวิตใต้พระจันทร์ดวงเดียวกัน ล้วนแต่มีรูปอารมณ์ของมนุษย์ไม่แตกต่างกัน อันล้วนแต่เป็นความจริงของคนทุกหมู่เหล่า แต่เหนือกว่าที่เรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านหนังสือเล่มนี้ ดึงดูดให้ได้เดินทางในที่ๆต่างออกไป มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ล้วนมีค่าชวนน่าจดจำ

คืนนี้ผมตั้งใจว่าจะหวนมองพระจันทร์ดูสักหน่อย ไม่รู้ว่าคืนนี้จะกลมนวลอวดตัวโดดเด่น หรือจะเว้าแหว่งรอคอยคนงอนง้อ แล้วขอไปลุ้นต่อเองว่า เรื่องราวจากนั้นจะเป็นอย่างไร