“Look! It’s El Perro del Mar!
And she’s from another league”

.

แสดงสดวันนี้เปิดด้วยวงคู่ชายหนึ่ง (John Dragonetti) หญิงหนึ่ง (Blake Hazard) อันมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนหลายคนอาจหมั่นไส้และิอิจฉา ก่อนหามาฟังลองไปอ่านความเป็นมาของวงดู ก็จะช่วยเติมความเข้าใจกับเพลงได้โดยสมบูรณ์

Blake Hazard John Dragonetti

The Submarines เริ่มต้นด้วยเมโลดี้กรุ๊งกริ๊งของ Vote ที่เนื้อเพลงเพียงเริ่มต้นก็ชวนบาดใจ ก่อนถึงคิวคุณ Blake (เรียกนามสกุลแล้วดูน่ากลัว) หยิบเพลงใหม่ ได้ยินแว่วๆว่าชื่อ Galaxy 51 แต่ไม่แน่ใจและไม่ขอยืนยัน ก่อนจะต่อด้วย Clouds และ This Conversation

สถานที่วันนี้เป็นโรงหนังของจริง ส่งผลให้เป็นครั้งแรกของผมเองที่ได้นั่งดูการแสดงสด รู้สึกหรูหราสิ้นดี และท่่าทาง The Submarines ก็คงเพิ่งเคยเล่นในสถานที่ลักษณะนี้เช่นกัน มีผลให้คุณ Blake ดูตื่นเต้นออกนอกหน้า ยึดกุมบทบาทการพูดคุยไว้เสียหมด ปล่อยคุณ John ง่วนกับกีตาร์และแอปเปิลแลปท็อปอยู่เงียบๆ

กับบรรยากาศมืดครึ้มชวนประหม่า แต่ด้วยคนดูส่งเสริมกันดี ความลื่นไหลนุ่มนวลจึงไม่ชวนให้ผิดหวัง จดรายการเพลงมาได้ดังนี้

  1. Vote
  2. -
  3. Clouds
  4. This Conversation
  5. Modern Invention
  6. The Good Night
  7. -
  8. Brighter Discontent
  9. Peace and Hate
  10. Darkest Things

ถึงเวลาพักช่วง ผมนั่งเล่นๆอยู่พักใหญ่ก่อนออกไปเดินสำรวจผู้คน เลยพบ The Submarines ยิ้มร่ารับแขกอยู่ไหวๆ เลยทำทีจะซื้อซีดีก่อนตลบแตลงพูดคุยกับเค้าอยู่ครู่หนึ่ง พลันได้ยินเสียงสวรรค์จากข้างในเลยเร่งรีบจากลา ก่อนกลับมาถึงที่ตัวเองแล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้จ่ายเงิน…

หวังว่าหลังงานเลิกจะยังอยู่กัน

.

El Perro del Mar เป็นคณะที่มีสมาชิกทั้งสิ้นหนึ่งคนคือคุณ Sarah Assbring ที่ให้ความหมายถึงชื่อนี้ว่า เป็นชื่อของดนตรีที่เธอฝันมาอย่างยาวนานว่าจะได้ทำขึ้นมา

เธอเริ่มด้วย Sad กับเสียงร้องสุดเพราะพริ้งกับดนตรีสุดงดงาม ก่อนจะต่อด้วย Candy และ Party ที่ผู้คนส่งเสียงดีใจเหมือนได้ร่วมความสนุกสนาน ทั้งที่ผมว่าความหมายของเพลง Party นั้นสุดจะปวดปลาบบาดใจ
El Perro del Mar - 1 El Perro del Mar - 2

ภาพภายนอกชวนให้คิดว่า เธอคงพกพาความมั่นใจมามากมายเวลาปรากฎกายต่อหน้าผู้คน แต่จากที่ได้เห็นอาจดูไม่้เป็นเช่นนั้น หลังจบแต่ละเพลงเธอพูดเพียงแค่ขอบคุณ โดยประโยคที่ยาวที่สุดคือคำกล่าวว่า “ขอโทษด้วย ที่ไม่ค่อยพูด”

ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะเสียงร้องปานมนต์สะกดทำงานได้งดงามจนยากจะเปรียบ

จะว่าไปนอกจากเธอจะประหยัดถ้อยคำแล้ว เนื้อเพลงของเธอเองก็ดูจะไม่ต่างกัน เพราะล้วนเรียงร้อยจากประโยคไม่กี่ประโยค หรือแม้แต่คำไม่กี่คำ อย่างเพลงปิดท้ายของเธออย่าง Hello Goodbye ที่มีเพียงแค่ “A boy, a girl, hello, goodbye” แต่ชวนให้หลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

El Perro del Mar - 3 El Perro del Mar - 4

หลังจบเพลง เธอกล่าวลาก่อนกลับเข้าหลังเวทีไปแบบเขินๆ เสียงผู้คนตบมือสนั่นหวั่นไหวอยู่ได้ครู่ใหญ่ ก่อนเธอจะออกมากล่าวขอบคุณ แล้วร้องเพลงใหม่ให้เราฟังกัน ตามด้วย Coming Down the Hill ก่อนปิดท้ายด้วย I Found a Reason ที่คัฟเวอร์จาก The Velvet Underground เป็นการอำลาโดยสมบูรณ์

จดรายการเพลงมาได้ดังนี้

  1. Sad
  2. Candy
  3. Party
  4. Dog
  5. I Can’t Talk About It
  6. People
  7. This Loneliness
  8. God Knows
  9. Hello Goodbye

    (encore)
  10. -
  11. Coming Down The Hill
  12. I Found a Reason

.

แอบลุ้นอยู่ไม่น้อยว่าจะมีโอกาสได้เจอเธอหลังงานรึเปล่า แต่สุดท้ายกลับได้เจอแต่ชายกลางคนร่างใหญ่ หนวดเฟิ้ม คำบรรยายสภาพจิตใจตอนนั้นที่ดี่ที่สุด คงหนีไม่พ้นวิธีการบรรยายของชินจัง -จากซิ่งรถสปอร์ตเหลือเพียงสามล้อถีับ…

ผมตัดใจมองหา The Submarines เพื่อทำธุระที่ค้างคาแทน และอย่างที่คาดไว้คือเธอก็ยังไม่รู้หรอกว่ายังไม่ได้จ่ายค่าซีดี หลังจากเสร็จธุระเรียบร้อย ก็ขออำลาพร้อมกล่าวคำ ขอให้โชคดี

.

ห้วงเวลาที่ได้ฟังเธอขับกล่อม สำหรับผมแล้วก็ไม่ต่างจากเหตุการณ์ตอนท้าย ของภาพยนต์เรื่อง Perfume
เพียงเปลี่ยนจากยอดกลิ่นหอมเสมือนบริสุทธิ์ เป็นเสียงดนตรีบรรเลงจาก El Perro del Mar